In the future's profileIn my dream I dream to m...PhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 03

    Money Game : การหามูลค่าหุ้นเก็งกำไร (2)

    Money Game : การหามูลค่าหุ้นเก็งกำไร (2)
    >>> Catalysts ที่สอง
     
    หุ้นที่จะอยู่ในอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตสูง (High growth and high fashion) ในขณะที่ภาวะความต้องการ (Demand) ของสินค้าในอุตสาหกรรมนั้นยังไม่แน่นอน (Uncertain) ซึ่งความต้องการนี้จะแปรเปลี่ยนไปตามศักยภาพ (Potential) และการเติบโต (Growth) ซึ่งความไม่แน่นอนที่จะเป็นโอกาสสำคัญในการลงทุนหุ้น เพื่อหวังผลกำไรที่สูง
     
    สำหรับนักลงทุนที่สามารถคาดการณ์ถึงศักยภาพของตลาดและกำไรได้ ซึ่งมักจะเป็นอุตสาหกรรมในกลุ่มเทคโนโลยี อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน หรืออาจเป็นอุตสาหกรรมที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ซึ่งนักลงทุนมักจะให้มูลค่าหรือ Value ราคาหุ้นนั้นค่อนข้างคาดเคลื่อนจากที่ควรจะเป็น คือ อาจมีทั้งต่ำไปหรือสูงไป
     
    ในกรณีเช่นนี้โอกาสในการเกิด Arbitrage จะเกิดขึ้นได้อย่างมาก เนื่องจากการขาดความสมบูรณ์ของข้อมูล หรือ Market inefficiency เราสามารถหามูลค่าหุ้นของบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้ 2 วิธี คือ
     
    วิธีที่หนึ่ง ใช้ค่า P/E ในปีที่บริษัทมีการเติบโตเต็มที่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมเคเบิลทีวีถ้าเราให้จุดอิ่มตัวของกำไร (Mature Phase) ในปีที่ 5 หรือ 6 เราก็ใช้ P/E ของปีที่ 5 หรือ 6 ของหุ้นนั้น คิดส่วนลดกลับมาที่ปัจจุบัน ก็สามารถหาราคาหุ้นได้ดังนี้คือ ถ้าเราคาดการณ์ว่ากำไรต่อหุ้น (EPS) ของหุ้น High growth นี้จะอยู่ที่ 2 บาทต่อหุ้นในปีที่ 5 และเราพอใจการลงทุนที่ P/E 10 เท่า ทำให้เราสามารถคำนวณได้ว่า หุ้นตัวนี้ราคาจะอยู่ที่ 20 บาทในปีที่ห้า
     
    ถ้าเราต้องการคำนวณราคาหุ้น ณ ปัจจุบันนี้ เราต้องคิดส่วนลด จากปีที่ 5 มาปีปัจจุบันด้วยอัตราส่วนลดตามต้นทุนทางการเงิน ถ้าในกรณีนี้เราใช้สมมติฐานต้นทุนการเงินที่ 10% เราจะได้ราคาปัจจุบันของหุ้นตัวนี้ที่ 12 บาท เพราะฉะนั้นราคาหุ้นที่แตกต่างจากราคานี้จะเป็นโอกาสในการซื้อและขาย
     
    วิธีที่สอง อาจจะยุ่งยากกว่าวิธีที่หนึ่งมาก แต่ความแม่นยำจะสูงมากเช่นกัน วิธีนี้เรียกว่า Real option pricing model ซึ่งเป็นวิธีจำลองจากการคำนวณ Option หรือ Warrants ปัจจัยที่มีผลต่อราคาหุ้นก็จะเป็นปัจจัยเกี่ยวข้องกับ Warrants นั้นเองโดยอาศัยตัวแปร 6 ตัว คือ
     
    ตัวแปรที่หนึ่ง สินทรัพย์อ้างอิง (Underlying assets) ซึ่งในที่นี้คือ มูลค่ากิจการของสินทรัพย์ ณ ราคาปัจจุบัน
     
    ตัวแปรที่สอง อัตราการแกว่งตัว (Volatility) ถ้ามูลค่าสินทรัพย์นั้นมีโอกาสแกว่งตัวทั้งในทางขึ้นและทางลง จะมีผลต่อราคาหุ้นด้วย
     
    ตัวแปรที่สาม เวลาในการคิดคำนวณ (Time)
     
    ตัวแปรที่สี่ อัตราดอกเบี้ย (Risk free rate)
     
    ตัวแปรที่ห้า มูลค่าลงทุน หรือมูลค่าของหนี้ ซึ่งในทางการคิด Warrants ถือเป็น Exercise price หรือ Strike price
     
    ตัวแปรที่หก Dividend cycles ซึ่งเราถือเป็นต้นทุนในการดำเนินโครงการ และต้นทุนเสียโอกาส (Cost of delays)
     
    ผมเคยได้ใช้ Model นี้กับหุ้น Electronic ตัวหนึ่ง ชื่อว่า M และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ตัวหนึ่งที่ขึ้นต้นด้วย G หุ้นสองตัวนี้มีผลขาดทุนต่อเนื่องมาหลายปี แต่การใช้วิธีการประเมินมูลค่าหุ้นตามวิธีนี้ก่อน ที่หุ้นจะมีประกาศข่าวดี ทำให้เราสามารถทราบ Upside สูงสุดที่เป็นไปได้ ในที่สุดหุ้นทั้งสองได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1-3 เท่าเลยทีเดียวในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งปี
     
    >>> Catalysis ที่สาม
     
    หุ้นที่มีแนวโน้ม Turn around หรือพลิกฟื้น โดยปกติการตกต่ำของธุรกิจจะมาจาก 3 ลักษณะ คือ ทางดำเนินงาน (Operating) ทางด้านการเงิน (Financial) และทางด้านบริหาร (Management) ถ้าบริษัทใดที่ราคาหุ้นตกต่ำมานานสามารถแก้ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ได้ ราคาหุ้นจะตองสนองในทางบวกทันที เช่น ทางด้านดำเนินงาน ถ้าบริษัทสามารถลดต้นทุนคงที่ หรือ Fixed cost ลงได้ อัตรากำไร (Gross margins) จะเพิ่มขึ้นทันที
     
    เราสามารถค้นหาบริษัทที่มีโอกาสที่จะพลิกฟื้นทางด้านดำเนินงานโดยดูจากอัตราส่วนยอดขายหารด้วย Market capitalization ซึ่งถ้าอัตราส่วนนี้เป็นตัวเลขที่สูง แสดงว่าบริษัทมีลูกค้าที่ยังคงภักดี (Loyalty) ต่อบริษัท และสินค้าของบริษัทอยู่ แต่ราคาหุ้นได้ปรับตัวลงไปมาก หรือในกรณีที่บริษัทมีปัญหาทางด้านการเงิน การเพิ่มทุนที่ไม่ก่อให้เกิดการลดลงของ Return on equity (ROE) หรือมูลค่าบัญชีต่อหุ้น (Book value) หรือการที่พันธมิตร (Strategic partner) ใส่เงินเข้าไป สิ่งต่างๆ เหล่านี้จะทำให้มีการตอบสนองของนักลงทุนในทางบวก
     
    ส่วนในกรณีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหาร อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ (Strategy) การดำเนินงาน และวิสัยทัศน์ในการทำกำไร ตลอดจนความเชื่อมั่นของนักลงทุนเพิ่มขึ้น เหมือนกับบริษัทอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่งขึ้นต้น K หรือบริษัทผลิตไฟฟ้าแห่งหนึ่งในอดีตขึ้นต้นด้วย C
     
    การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหารนำไปสู่การปรับมุมมอง (Rerate) ทางบวกของนักลงทุนสถาบันได้...

    Comments

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://aeng-mumu.spaces.live.com/blog/cns!A8626E9373087BA7!110.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None