|
พร้อมท์ทรัพยากรบุคคลและบริการทำการสำรวจเกี่ยวกับงานและบริษัทที่นักศึกษากลุ่มปริญญาโท ภาคภาษาอังกฤษสนใจอยากร่วมทำงาน พบว่าบริษัทชื่อดังติดอันดับกันถ้วนหน้า ไม่ว่าจะเป็นเป๊ปซี่, โนเกีย, แกรมมี่, จีอี มันนี่และเอไอเอ ชี้ปัจจัยสำคัญของการเลือกงาน คือ เงินเดือนที่อยู่ในระดับ 4-5 หมื่นบาท เชื่อตลาดไทยยังสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก
นายปิยะมิตร รังษีเทียนไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อมท์ทรัพยากรบุคคลและบริการ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจเอาท์ซอฟ์ทและฝึกอบรมให้กับบริษัทชั้นนำ เปิดเผยว่า บริษัทฯได้ร่วมกับบริษัทไทยเบฟเวอร์เรจ จำกัด (มหาชน) และหนังสือพิมพ์เนชั่นทำการสำรวจความคิดเห็นของนิสิตนักศึกษาจำนวน 300 คนจากสถาบันอุดมศึกษาในระดับปริญญาโทที่สนใจเรียนภาคภาษาอังกฤษใน 4 มหาวิทยาลัย 4 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์,ธรรมศาสตร์,มหิดล และเอแบค ในหัวข้อเกี่ยวกับโอกาสงานและความก้าวหน้าทางอาชีพ และรายชื่อบริษัทที่ผู้สำเร็จการศึกษาอยากเข้าร่วมกว่า 100 แห่ง โดยได้ทำการสำรวจไปเมื่อธันวาคมปีที่แล้ว
ผลการสำรวจพบว่าบริษัทสินค้าคอนซูเมอร์ที่นักศึกษาสนใจอยากทำงานมากที่สุด ได้แก่ เป๊ปซี่, พี แอนด์ จี, ยูนิลีเวอร์ , ลอรีอัล และเนสท์เล่ กลุ่มเทเลคอมบริษัทที่ได้รับความสนใจมากที่สุด คือ โนเกีย ส่วนธนาคารที่ได้รับความสนใจ คือ จีอี มันนี่และซิตี้แบงก์ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ ได้แก่ บริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ส่วนประกัน ได้แก่ เอไอเอและอยุธยา อลิอันซ์
สำหรับวัตถุประสงค์ของการจัดทำนี้เพื่อสำรวจพฤติกรรมและเหตุผลในการเลือกที่ทำงาน อีกทั้งผลที่ได้จากการสำรวจทำให้ทราบข้อมูลว่านักศึกษาอยากทำงานที่บริษัทไหน ซึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกงานของคนกลุ่มนี้ คือ อัตราเงินเดือน ซึ่งเฉลี่ยเงินเดือนของคนจบปริญญาโทจะมีประมาณ 4-5 หมื่นบาท รองมาอยู่ที่ 3-4 หมื่นบาท ส่วนปัจจัยอื่นๆที่รองลงมาในการเลือกงาน เช่น สวัสดิการและการเดินทางที่สะดวก เป็นต้น
ทั้งนี้การที่บริษัทชั้นนำต่างๆต้องการรับนักศึกษาในระดับปริญญาโทเข้าทำงาน เนื่องจาก คนกลุ่มนี้มีวุฒิภาวะทางด้านวิชาการและอารมณ์ที่ดีกว่านักศึกษาปริญญาตรีหรือเรียกว่ากลุ่มเจนเนอรัล อาร์ ซึ่งประกอบด้วย 5 อาร์ ได้แก่ Rich ยึดติดกับวัตถุนิยมมากเกินไป , Risk ชอบเสี่ยงและกล้าได้กล้าเสีย , Rough ฉาบฉวย ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน, Rude หยาบคายหรือทำอะไรไม่รู้จักกาลเทศะ และ Rush รีบเร่งหรือหวังผลในระยะสั้น
บริษัทฯยังเชื่อว่าตลาดไทยยังมีโอกาสขยายตัวได้มากและสร้างมูลค่าได้เพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่า 1 หมื่นบาทและคนที่มีรายได้ 5 หมื่นบาทขึ้นไปยังมีน้อยหรือมีประมาณ 3 แสนคนจาก 66 ล้านคน |